ปั่นเดี่ยวเที่ยวสงกรานต์ (ตอนจบ)

วันที่สาม วันสุดท้ายของการปั่น ตอนนี้ตัดสินใจได้แล้วว่าจะปั่นขึ้นไปทางเหนือ ไปกาญจนบุรี จากคำแนะนำของเพื่อนๆใน Facebook วันนี้ตื่นสายตามเดิม ฮ่าๆๆๆๆ ตื่นขึ้นมาก็ 7 โมงเช้าแล้ว เก็บข้าวเก็บของ เสื้อผ้าที่ซักตากไว้ในห้องเมื่อวาน แห้งสนิทดี (สงสัยเป็นเพราะตากในห้องแอร์) เสร็จแล้วก็จูงจักรยานไปนั่งกินกาแฟ(ฟรี) ที่ร้านอาหารของรีสอร์ท พี่เจ้าของรีสอร์ทก็ถามว่าอยากจะกินอะไรมั้ย เดี๋ยวจะให้แม่ครัวทำให้กิน แต่ตอนนั้นผมยังไม่อยากกินเลยปฏิเสธไป เลยนั่งกินกาแฟ กับปาท่องโก๋ กินไปก็นั่งคุยกับพี่เจ้าของรีสอร์ทไป พี่เค้าก็แนะนำเส้นทาง ว่าให้ปั่นไปทางด่านมะขามเตี้ย แล้วก็ต่อไปยังตัวเมืองกาญจนบุรี อีกหน่อย (ตอนนั้นยังชั่งใจอยู่ว่าจะไปแถวๆไทรโยคดีมั้ย แต่ก็คิดในใจว่าเดี๋ยวถึงด่านมะขามเตี้ยค่อยว่ากันอีกที)

กินเสร็จก็ควบเจ้า jamis คู่ใจออกเดินทาง ก่อนจะจากกันพี่เจ้าของรีสอร์ทก็เอาน้ำดื่มมาให้ แถมบอกว่าถ้าไม่พอเอาอีกขวดก็ได้ แต่ผมเกรงใจเลยเอามาขวดเดียว สวนผึ้งยามเช้านี่ช่างต่างกับตอนที่ผมมาถึงเมื่อวาน(บ่ายสองบ่ายสาม) เมื่อวานอย่างกับนรก ตอนเช้าๆนี่อากาศดีจริงๆ ผมปั่นออกจากรีสอร์ทเข้ามาตรงแถวๆถนนหลัก ตรงตลาดเพื่อถามทางชาวบ้านให้แน่ใจอีกรอบ

ออกเดินทางจากสวนผึ้ง

ออกเดินทางจากสวนผึ้ง

ประมาณ 25km คงจะถึง “บ้านตะโกล่าง” แล้วก็ต่อไปจนถึงด่านมะขามเตี้ย ทางช่วงนี้ค่อนข้างรถน้อยมากๆ ช่วงแรกๆยังพอมีบ้านคน แต่หลังๆก็เริ่มบางตา เป็นเส้นทางที่ลัดเลาะไปตามภูเขา บางช่วงก็จะเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทต่างๆ ถ้ามาหน้าหนาว อากาศน่าจะเย็น น่าปั่นกว่าตอนนี้มากๆ

ลัดเลาะผ่านหุบเขา

ลัดเลาะผ่านหุบเขา

พอแดดเริ่มออก ผมก็ได้โอกาสจอดแวะกินอะไรรองท้อง ข้างทางไม่มีบ้านคนไม่มีร้านอะไรเลย โชคดีที่ผมยังมีขนมที่เจ้าของรีสอร์ทให้มา ก็เลยเลือกทำเลสวยๆ นั่งกินอาหารเช้า ถือโอกาสพักไปในตัว ตรงที่นั่งกินข้าวนั้นเป็นเนินเขา ด้านล่างมีไร่สับปะรดของชาวบ้าน อยู่ท่ามกลางเทือกเขาเป็นฉากหลัง สวยงามจริงๆ ผมนั่งกินไปเรื่อยๆ ช้าๆ ไม่ต้องรีบอะไรมาก นั่งดื่มด่ำกับวิวสวยๆ พร้อมกับขนมเวเฟอร์

ไร่สับปะรด

ไร่สับปะรด

จากสวนผึ้งจนถึงหมู่บ้านตะโกล่าง ระยะทาง 25 km แต่รู้สึกไม่ไกลเลย เพราะว่าวิวสองข้างทางสวยมากๆ ถ้าสังเกตดีๆตรงพื้นถนนจะมีสีขาวพ่นไว้เป็นคำว่า probike เป็นระยะๆ ทางเส้นนี้คงเคยมีคนมาจัดรายการแข่งจักรยานกันเมื่อไม่นานมานี้แน่ๆเลย

ถึงเส้นทางจะสวยงามเพียงใด ถ้าได้ชื่อว่าเป็นทางลัดเลาะตามภูเขา ย่อมจะมีซักช่วง หรือหลายๆช่วง ที่เราต้องขึ้นเนิน ยาวๆชัน ถนนเส้นนี้ก็ไม่ต่างกัน มีเนินชัน (มากๆ) อยู่เนินนึง

จากเนินที่โหดที่สุด

จากเนินที่โหดที่สุด

พอมาถึงทางแยกหมู่บ้านตะโกล่าง เห็นมีร้านข้าวอยู่ ผมเลยจัดกระเพราหมู(ไม่เผ็ด) ไปหนึ่งจาน พร้อมกับมะม่วง 1 ลูก แถมยังขอน้ำดื่มเค้าเติมกระติกอีก (เยอะไปมั้ย)

จากหมู่บ้านตะโกล่าง ปั่นต่อไปอีก 30-40 km ก็จะถึงด่านมะขามเตี้ย ไม่ค่อยมีรถ ไม่ค่อยมีบ้านคน เหมือนกับช่วงแรกๆ แต่ไม่สวยเท่า สองข้างทางเปลี่ยนจากไร่สับปะรดเป็นไร่อ้อย ผมปั่นมาเรื่อยๆ จนน่าจะได้ครึ่งทางไปด่านมะขามเตี้ยแล้ว ผมลงเนินมา แล้วก็เห็นพื้นน้ำด้านซ้ายมือ ตอนแรกนึกว่าเป็นแม่น้ำ แต่ที่จริงแล้วมันเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กแห่งนึง ผมแวะเข้าไปตรงทางเข้า มีศาลาเล็กๆอยู่หลังนึง ถูกจับจองด้วยชาวบ้านแถวๆนั้น ที่กำลังหาปลากันอยู่ ผมก็แวะเข้าไปดู แล้วก็นั่งพักเหนื่อย ถ่ายรูปนิดหน่อย

ผ่านไร่อ้อย

ผ่านไร่อ้อย

อ่างเก็บน้ำแห่งนึง

อ่างเก็บน้ำแห่งนึง

อีกซักรูป

อีกซักรูป

พอพ้นจากตรงนี้ไป ก็จะเริ่มเห็นมีหมู่บ้าน พร้อมกับเด็กวัยรุ่นที่ตั้งด่านสาดน้ำสงกรานต์กันเป็นระยะๆ บางด่านก็โดนสาด บางด่านก็แค่โดนปะแป้ง บางด่านเค้าก็ปล่อยเราไป

เหลืออีก 10km จะถึงด่านมะขามเตี้ยแล้ว ผมเลยหาที่หยุดพัก ด้านซ้ายมือเหมือนเป็นตึกแถว เป็นร้านอะไรซักอย่างซึ่งปิดสงกรานต์ แต่หน้าร้านเค้ามีม้านั่งหินอ่อน ผมกะจะแวะเข้าไปนั่งกินขนมที่ผมเตรียมไว้เป็นเสบียง กำลังจะจอด หมามาเห่าเป็นฝูงเลย เซง เลยต้องเลี้ยวรถออกไป ไปฝั่งตรงข้ามแทน ซึ่งเป็นเหมือนเพิงตลาดนัด (แต่ไม่มีใครมาขายของ) ไม่มีที่นั่ง แต่มีหลังคา ก็เลยเข้าไปนั่ง(พื้น) ตรงนั้น กินขนม น้ำ ยืดเส้นยืดสาย

พักเสร็จผมก็ปั่นรวดเดียวเข้าด่านมะขามเตี้ยเลย แล้วก็ปั่นต่อไปตามเส้นทาง 3209 เพราะมีป้ายเขียนว่าไปกาญจนบุรี ทางเส้นนี้ค่อนข้างโอเค มีต้นไม้สองข้างทาง ถึงแม้จะเป็นเส้นทางหลัก ที่เชื่อมระหว่าง อ.ด่านมะขามเตี้ย กับ อ.เมือง กาญจนบุรี แต่ก็ไม่ได้มีรถเยอะอะไร รถก็ไม่ได้ขับเร็วมาก เหมือนคนพื้นที่เค้าจะไม่ค่อยขับรถเร็วเท่าไหร่ ค่อยๆไปชีวิตไม่ได้เร่งรีบเหมือนคนกรุงเทพ

หลังจากนั้นผมก็เจอทางแยกไปด้านขวามือ ผมจอดตรงร้านโชห่วยตรงแยกนั้น หาซื้ออะไรกิน ตอนแรกว่าจะกินข้าว แต่ไม่มีร้านข้าว เลยต้องกินน้ำเต้าหู้ไปกล่องนึง พร้อมกับไอติมแท่งนึง เพิ่มพลัง ถามทางจากแม่ค้าก็ได้ความว่า ไอ้ทางแยกด้านขวาเป็นทางที่จะไปไทรโยค แต่ไปอีกไกลพอสมควร ซึ่งดูจากเวลาแล้วก็สภาพร่างกายในตอนนั้น คงจะไม่ไหว ถึงไหวก็คงจะไม่สนุกแล้ว เลยล้มเลิกโครงการที่จะไปนอนที่ไทรโยค ก็เลยปั่นถนนเส้นเดิม ไปอีกประมาณ 20 km ไปหาที่นอนในตัวเมืองกาญจณบุรีจะดีกว่า

จากร้านโชห่วย noname ไปจนถึงตัวอำเภอเมืองต้องผ่าน อ. เกาะสำโรง เป็นถนนที่สวยมากๆ ร่มรื่นมากๆ ผมพยายามหาที่พักแถวๆนั้น แต่ก็ไม่ค่อยจะมีที่ราคาถูกๆเท่าไหร่ ปั่นไปก็ดูป้ายไป เจอป้ายก็จอดโทรถาม จนมารู้ตัวอีกที ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแคว ก็ถึง ศาลาว่าการจังหวัด โอ้วววว นี่เราถึงเมืองกาญจณ์อย่างเป็นทางการแล้วหรือนี่

ถึงแล้วจ้า

ถึงแล้วจ้า

ตอนไปถึงน่าจะซักประมาณ 5 โมงเย็น ยังไม่มืด เลยมีเวลาปั่นหาที่พักในตัวเมือง เลยเน้นคำว่า guesthouse เพราะว่าโดยทั่วไปแล้ว จะถูกกว่าพวก รีสอร์ท อยู่พอสมควร มีอยู่ที่นึง เป็นอพาทเม้น ให้เช่ารายวัน แต่ผมเข้าไปดูแล้ว คิดว่าคงเอารถไปเก็บในห้องด้วยลำบาก เลยล้มเลิกความตั้งใจไป ซักพักก็ไปถึง guesthouse แห่งนึง ชื่อว่า บ้านมะเฟือง เลยจอดรถไว้หน้าร้านแล้วเดินเข้าไปติดต่อ ข้างในเป็นร้านกาแฟ เข้าไปถามแล้วก็โชคดี เหลืออยู่ห้องสุดท้าย ราคาไม่โหดมาก เอารถไปจอดในห้องได้เลย เค้าบอกว่า คนปั่นจักรยานมาพักที่นี่บ่อย เค้าเลยให้เอาเข้า เพราะว่าดูจักรยานของแต่ละคนแล้ว แพงๆทั้งนั้น (ยกเว้นของผม) เค้าเลยกลัวหาย เลยยอมให้เอาเข้า ผมก็เลยตัดสินใจเอาเลย เริ่มมืดแล้วด้วย

ซักผ้า อาบน้ำ แต่งตัวเรียบร้อย เดินออกมามืดพอดี ผมจำได้ว่าก่อนถึงเกสเฮ้าส์ไม่กี่ร้อยเมตรมีตลาดอยู่ เลยตัดสินใจเดินไปหาอะไรกินแถวๆนั้น มื้อนี้จัดหนักครับ ฮ่าๆๆๆๆๆ

ปลาคังอร่อยมว๊าก

ปลาคังอร่อยมว๊าก

กลับไปถึงห้อง ก็ด้วยความเพลีย บวกกับว่าพรุ่งนี้เช้าอยากจะตื่นเช้าๆไปปั่นชมเมืองระหว่างรอติดรถกลับกับเพื่อน (ที่มาเที่ยวแถวๆนี้พอดี อิอิ) ก็เลยหลับไปอย่างรวดเร็ว

ก่อนจบ…

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากตื่นนอนทำธุระส่วนตัว ก็ปั่นออกจากเกสเฮ้าไปหาอะไรกิน พร้อมกับชมเมืองในยามเช้า ผ่านสุสานทหาร ตอนเช้าๆยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาเท่าไหร่ สบายเลย แล้วก็ปั่นถนนเลียบแม่น้ำแคว ไปโผล่ตรงสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำแคว หาอะไรกินเป็นมื้อเช้าแถวๆนี้ แล้วก็เดินถ่ายรูปแถวๆนั้น

สุสานทหาร

สุสานทหาร

สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำแควยามเช้า

สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำแควยามเช้า

ถือว่าประสบความสำเร็จที่เดินทางด้วยความปลอดภัย กลับมาได้โดยครบ 32 แล้วได้มีโอกาสมาเล่าสู่กันฟัง หวังว่าครั้งต่อๆไป จะเป็นแบบนี้อีก
ใครที่มีโครงการปั่นไปทัวริ่งไหนแล้วอยากจะหาเพื่อนปั่นไปด้วย ก็ชวนผมได้นะครับ ถ้าว่างก็จะขอไปด้วยคน ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านมาตั้งแต่ตอนแรกครับ

จบ…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s